ประวัติพระสุขวโรท้ย (หลวงพ่อจง)
เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม ต.บ้านด่าน
อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย
|
| 1.ชื่อ
พระสุขวโรทัย (จง จตฺตมโล) อายุ ๗๐ พรรษา ๕๐ |
| วิทยฐานะ
นักธรรมชั้นเอก วัดสังฆาราม ต.บ้านด่าน จ.สุโขทัย |
| ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม ,รองเจ้าคณะจัึงหวัดสุโขทัย
,ผุ้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวัดสังฆาราม |
| 2.
สถานะเดิม ชื่อ จง นามสกุล สุขอิ่ม
เกิดวันอังคารที่ ๒ เดือน ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๗ นามบิดา
นายชื่น นามมารดา นางมด นามสกุล สุขอิ่ม |
| ต.บ้านด่าน
อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทีย |
| 3.อุปสมบท
วันที่ ๒๒ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ณ พัทธสีมาวัดลานหอย
อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทีย |
| โดยมี
พระครูสุวิชานวรวุฒิ วัดลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทีย เป็นพระอุปัชฌาย์ |
| 4.วิทยะฐานะ
พ.ศ. ๒๔๘๙ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่
๔ โรงเรียนวัดสังฆารามวัดลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย
จ.สุโขทีย |
| พ.ศ.
๒๕๐๓ สอบดไ้ด้ น.ธ.ชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดสุโขทัย |
| |
|
ภาพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง) |
พระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง)ิ |
|
| การศึกษาพิเศษ
อ่านและเขียนภาษาขอม คอมพิวเตอร์ พิมพ์ดีด |
| ความชำนาญพิเศษ
พระธรรมกถึก นวกรรม และอบรมสอนวิปัสนากรรมฐาน |
|
5.งานปกครอง
พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม |
|
พ.ศ.๒๕๐๑ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ |
|
พ.ศ.๒๕๐๓
เป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม |
พ.ศ.๒๕๑๐
เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านด่านลานหอย |
พ.ศ.๒๕๑๙
เป็นพระอุปัชฌาย์ |
พ.ศ.๒๕๒๙
เป็นเจ้าคุณะอำเภอบ้านด่านลานหอย |
|
พ.ศ.๒๕๔๒
เป็นผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาฯวัดสังฆาราม |
พ.ศ.๒๕๔๘
เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย |
|
|
งานปกครองภายในวัดสังฆาราม
|
| พ.ศ.๒๕๔๔
มีพระภิกษุ ๒๑ รูป สามเณร ๔๕ รูป ศิษย์วัด ๕ คน |
| พ.ศ.๒๕๔๕มีพระภิกษุ
๒๗รูป สามเณร ๓๘รูป ศิษย์วัด ๙คน |
| พ.ศ.๒๕๔๖
มีพระภิกษุ ๑๗รูป สามเณร ๒๔รูป ศิษย์วัด ๖คน |
| -
มีการทำอุโบสถกรรม สวดพระปาฏิโมกข์ ทุกวันพระ
๑๕ ค่ำ |
| -
มีการทำวัดรเช้า-เย็นเป็นประจำืทุกวัน |
| -
มีระเบียบการปกครองวัด ตามกฏมหาเถรสมาคมและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ |
| -
มีกติกาของวัด เมื่อกุลบุตรได้บรรพชาอุปสมบทแล้วต้องศึกษานักธรรมชั้นตรี
ระดับนวกภูมิ ตลอดพรรษา และหากมีศรัทธาอุปสมบทต่อต้องเข้าสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง
ตลอดมาไม่มีอธิกรณ์เกิดขึ้นภายในวัด |
| งานปกครองภายในเขตปกครองคณะสงฆ์
อำเภอบ้านด่านลานหอย จ.สุโขทีัย |
| 6.งานด้านการศึกษา |
| พ.ศ.๒๕๐๐
เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมประจำนักเรียนวัดสังฆาราม |
|
พ.ศ.๒๕๐๑ เป็นกรรมการตรวจประโยคสนามหลวง
|
พ.ศ.๒๕๐๓
เป็นเจ้าสำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดสังฆาราม
|
|
พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นกรรมการตรวจประโยคนักธรรมสนามหลวงชั้นตรีจนถึงปัจจุบัน |
พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นประธานสอบธรรมสนามหลวง
วัดสังฆาราม จ.สุโขทีย จนถึงปัจจุบัน
|
|
พ.ศ.๒๕๒๖ เป็นประธานศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ภายในวัดสังฆาราม
|
|
พ.ศ.๒๕๔๒ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา
วัดสังฆาราม สังกัดกรมการศาสนา แผนก ศพอ. |
| พ.ศ.๒๕๔๒
เป็นประธานจัดตั้งสำนักเรียนบาลี ประจำอ.บ้านด่านลานหอย
ณ.วัดสังฆาราม จ.สุโขทัย |
7.สมณศักดิ์ |
พ.ศ.๒๕๑๗
เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูวิชานวรวุฒิ |
| ้่ั้ัพ.ศ.๒๕๒๒
เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นโท
ในราชทินนามเดิม |
พ.ศ.๒๕๓๐
เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
ในราชทินนามเดิม |
พ.ศ.๒๕๔๓
เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม |
พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย
พ.ศ ๒๕๕๑ เป็นพระราชาคณะที่
พระสุขวโรทัย
|
|
|
ภาพพิธีอัญเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ พระสุขวโรทัย
(จง จตฺตมโล) |
ภาพพิธีอัญเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ พระสุขวโรทัย
(จง จตฺตมโล) |
|
| วิธีส่งเสริมการศึกษา |
|
| -
สนับสนุนพระภิกษุ-สามเณรให้มีโอกาศศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมและบาลีรวมทั้งการศึกษาอื่นๆ
ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัยและระเบียบของคณะสงฆ์ |
|
-จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการศึกษาโดยถวายรางวัลแก่พระภิกษุ-สามเณรที่สอบธรรมสนามหลวงได้ |
| -
มอบทุนการศึกษาแด่พระภิกษุ-สามเณร นักเรียน นักศึกษา
ของสถานศึกษาต่าง ๆ ปีละ ๕๐ ทุนเป็นประจำทุกปี |
|
งานศึกษาสงเคราะห์
|
| พ.ศ.๒๕๔๓
ตั้งกองทุน บุญศึกษา เพื่อการศึกษา โดยพระครูวิชานวรวุฒิ
วัดสังฆาราม เลขที่บัญชี 032-2-599259 |
|
งานมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์นักเรียนพระภิกษุ-สามเณร
|
| พ.ศ.๒๕๓๙
ส่งเสริมสามเณรที่จบโครงการพัฒนาเยาวชนภาคฤดูร้อน
ศึกษาต่อโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
และมอบทุนการศึกษาแ่ก่สามเณรที่เรียนต่อ ณ.วัดคีรีวงศ์
อ.เมือง จ.สุโขทัย จำนวน ๓๘ รูปเป็นจำนวนเงิน
๓๘๐๐๐ บาท |
|
งานด้านเผยแผ่ |
| -
มีการประกอบพิธีเวียนเทียนวันมาฆบูชามีผู้มาประชุมทำพิธี
พระภิกษุ ๒๓ รูป สามเณร ๔ รูป ประชาชน ๒๐๐ คน
|
|
- มีการประกอบพิธีเวียนเทียนวันวิสาขบูชามีผู้มาประชุมทำพิธี
พระภิกษุ ๒๓ รูป สามเณร ๔ รูป ประชาชน ๒๐๐ คน
|
| -
มีการประกอบพิธีเวียนเทียนวันอัฏฐมีบูชามีผู้มาประชุมทำพิธี
พระภิกษุ ๒๓ รูป สามเณร ๔ รูป ประชาชน ๒๐๐ คน
|
|
- มีการประกอบพิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชามีผู้มาประชุมทำพิธี
พระภิกษุ ๒๓ รูป สามเณร ๑รูป ประชาชน ๒๐๐ คน
|
หลวงพ่อจง
หลวงพ่อจง จตฺตมโล
วัดสังฆาราม (บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย
ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้ พระผู้ทรงอภิญญาญาณสูง อาบน้ำในขวด
และย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์
|
|
สุโขทัย..นามนี้มีเสน่ห์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก
เพราะนอกจากเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว
ยังเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตสมัยเมื่อ
700 ปีก่อนแล้ว ทั้งยังได้ชื่อว่ามีพระมหากษัตริย์ผู้ริเริ่มอักษรไทยให้คนรุ่นหลังได้ศึกษามาจนกระทั่งทุกวันนี้
ซึ่งพระมหากษัตริย์ผู้สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช นั่นเอง
สิ่งปรักหักพังต่างๆ อาทิ เช่น เจดีย์และพระพุทธรูปที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบันของดินแดนพ่อขุน
บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมที่หาประเทศใดในโลกมาเปรียบมิได้
เช่น ประเพณีเผาเทียน-เล่นไฟในเทศกาลวันลอยกระทง
ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้สืบสานกันต่อไปชั่วกาลนาน
นอกจากความเจริญทางด้านวัตถุแล้ว ในทางพระพุทธศาสนาก็มีความเจริญควบคู่กันไปด้วย
จะเห็นได้จากมีพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิธรรมความรู้สูงมีอยู่มากมาย
อย่างเช่น หลวงพ่อปี้ พระอาจารย์ผู้ปฏิบัติธรรมเคร่ง
จนท่านบรรลุธรรมขั้นสูง สามารถย่อตัวให้เล็กแล้วลงไปอาบน้ำในขวดโหลได้
ทั้งยังย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญหลวงพ่อปี้ยังนั่งสมาธิบนก้อนเมฆให้เหล่าทหารที่ขับเครื่องบินผ่านไปให้ได้เห็นอีกด้วย
|
|
พระผู้มีอภิญญาสูง
|
|
เรื่องที่หลวงพ่อปี้แสดงอภินิหาร เป็นที่กล่าวขานกันไม่รู้จบของชาวจังหวัดสุโขทัยและใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
คือสมัยเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่มีเรื่องเล่าว่า
มีเหล่าทหารนักบินได้นำเครื่องบินบินไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจงานในแถบพื้นที่จังหวัดสุโขทัย-ตากและเชียงใหม่
ระหว่างบินอยู่บนท้องฟ้าได้มองเห็นหลวงพ่อปี้นั่งสมาธิอยู่บนก้อนเมฆ
เห็นท่านนั่งอย่างสงบ เป็นที่อัศจรรย์แก่เหล่าทหารที่พบเห็นท่านอย่างยิ่ง
นับเป็นปรากฏการณ์อภินิหารของหลวงพ่อปี้ พระผู้มากด้วยอภิญญาบารมีสูงที่หาพระอาจารย์องค์ใดเทียบท่านได้ยากในยุคนั้น
ซึ่งถ้าจะนำมากล่าวในที่นี่คงไม่หมด ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงหลวงพ่อปี้อีกในโอกาสต่อไป
ส่วนในโอกาสนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึง ศิษย์เอก
ของหลวงพ่อปี้ก่อน เพราะพระอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครในทุกๆด้าน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาอาคม หรือการปฏิบัติ
ตลอดจนปฏิปทาที่น่าเลื่อมใสของประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากในขณะนี้
ท่านคือ
พระครูวิชานวรวุฒิ หรือ หลวงพ่อจง จัตตมโล
ปัจจุบันหลวงพ่อจงเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม
(บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย นับเป็น
เพชรน้ำเอก ของเมืองสุโขทัยที่น่ากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจจริงๆ
เพราะท่านได้ปฏิบัติตนตามแม่แบบคือหลวงพ่อปี้ทุกประการ
คือไม่ว่าในด้านการปฏิบัติ-ปริยัติ ตลอดจนการพัฒนา
ท่านมีความสามารถทุกๆด้าน จนเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์
และประชาชนโดยทั่วไปอยู่ในขณะนี้
หลวงพ่อจง เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2477 ที่บ้านด่าน
ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย โยมบิดาชื่อนายชื้น
โยมมารดาชื่อนางมุด นามสกุล สุขอิ่ม มีพี่น้อง
7 คน หลวงพ่อจงเป็นคนโต
หลวงพ่อจงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเมื่ออายุครบ
20 ปีบริบูรณ์ (ตรงกับปีพ.ศ. 2497) ณ อุโบสถวัดสังฆาราม
อันเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน โดยมีหลวงพ่อปี้
เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชพระแล้วท่านได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อปี้มาตลอด
|
ได้วิชามาครบครัน |
|
พร้อมกันนั้น หลวงพ่อปี้ก็ได้ถ่ายทอดในการปฏิบัติและการศึกษาวิชาอาคมต่างๆให้หลวงพ่อจงจนหมดสิ้น
จนถือได้ว่าหลวงพ่อจงเป็นศิษย์เอกผู้มีความเชี่ยวชาญทุกๆด้านอย่างแท้จริง
นอกจากมีความรู้ความสามารถในทางการศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติกับหลวงพ่อปี้แล้ว
หลวงพ่อจงยังมีความสามารถในเชิงช่างอีกด้วย
กล่าวคือไม่ว่าจะเป็นการทำตู้โบาณ, ทำโต๊ะเรียน
ทำเก้าอี้ หรือสร้างศาลาการเปรียญ หลวงพ่อจงท่านทำเป็นหมด
นับได้ว่าท่านมีพรสวรรค์ในทางช่างโดยแท้
ที่สำคัญในการเย็บปักถักร้อยนั้น หลวงพ่อจงท่านก็มีความสามารถเป็นพิเศษ
จะเห็นได้จากเมื่อผ้าจีวรผ้าสบง ผ้าอังสะหรือผ้าสังฆาฏิขาด
ท่านก็ตัดเย็บเพื่อห่มเองเป็นประจำ
ด้วยผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ในปีพ.ศ. 2501
หลวงพ่อจงท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม
ซึ่งเมื่อท่านได้รับมอบหมายและความไว้วางใจจากพระผู้ใหญ่แล้ว
ท่านก็พัฒนาปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดสังฆารามเป็นการใหญ่
ด้วยการสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิ-วิหาร และอุโบสถ
ตลอดจนดูแลวัดในเขตการปกครองของท่านอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
อาทิเช่น วัดหนองจิกตีนเนิน, วัดเชิงคีรี, วัดวังลึก
และวัดวังแดง เป็นต้น
ต่อมาหลวงพ่อจงก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย
ทำให้ท่านยิ่งดูแลในการพัฒนาวัดต่างๆที่อยู่ในความดูแลของท่านเพิ่มมากขั้น
ด้วยการให้การศึกษา และการพัฒนาเป็นหลักใหญ่
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา หลวงพ่อจงท่านทำงานหนักมาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัด และพัฒนาชาวบ้าน ท่านได้มุ่งเน้นให้วัดกับบ้านอยู่คู่กันไปตลอด
ทั้งยังอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรม
เพื่อให้ทุกคนเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ตามสภาพแห่งธรรมของตนอย่างแท้จริง
|
|
ดึงเยาวชนให้พ้นภัย
|
|
หลวงพ่อจงท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อให้พระพุทธศาสนาและประชาชนอย่างไม่ท้อถอย
จะเห็นได้จากในแต่ละปีท่านจะส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์
ด้วยการจัดโครงการพัฒนาเยาวชนภาคฤดูร้อน มีการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
อบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่เยาวชน พร้อมกับจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา
มุ่งเน้นในการปฏิบัติธรรม พร้อมกับให้เยาวชนศึกษานักธรรม
เรียนธรรมศึกษาและบาลี ตลอดจนเรียนคอมพิวเตอร์
และเรียนดนตรีไทย เป็นต้น
จุดประสงค์หลักที่หลวงพ่อจงท่านทำงานเพื่อสังคมนี้
ก็เพื่อให้เยาวชนไม่ให้ติดยาเสพติด เพราะยาเสพติดมีอิทธิพลมากเหลือเกิน
แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดปราบปรามก็ยังไม่หมดไปจากสังคมนี้ไปได้เลย
เสมือนกับต้นหญ้าที่ต้องลม มันโอนเอนไปมาตามกระแสลมที่พัดผ่านเท่านั้น
นอกจากจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปเท่านั้น
หลวงพ่อจง จัดตมโล พระผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา
ใครได้ไปกราบท่านแล้วต้องกลับไปกราบท่านอีก
เพราะท่านเป็นพระที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจประการใดเมื่อไปหาท่านรับรองได้รับความสุขกายสุขใจกันถ้วนหน้าอย่างแน่นอน
เส้นทางพระเครื่อง ฉบับหน้า ผู้เขียนจะนำเรื่องราวอภินิหารอันเกิดจากผู้นำวัตถุมงคลของหลวงพ่อจงไปไว้บูชาติดตัวแล้วเกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์หลายอย่าง
จะเป็นเรื่องอะไรนั้น โปรดได้ติดตามอ่านในตอนต่อไปนะครับ.
|
วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ |
ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากท่านพระครูปลัดปัญญาวัฒน์
(พระอาจารย์ถนอม
ปัญญาอักโข) เลขานุการท่านเจ้าคุณพระราชรัตนาภรณ์
(หลวงพ่อทองสืบ) เจ้าอาวาสวัดอินทร-
วิหาร พระอาจารย์ถนอมได้รวบรวมภาพพระเครื่องแต่ละรุ่นของหลวงพ่อจงมาให้เผยแพร่
ซึ่งบางพิมพ์ได้บรรดาศิษยานุศิษย์ได้บูชากันไปหมดแล้ว
วัตถุมงคลของหลวงพ่อจงได้รับความนิยมจากญาติโยมเป็นอย่างมาก
เพราะเกิดอภินิหารแก่ผู้บูชาไปทุกรุ่น ขณะนี้ยังมีเหลืออยู่แต่เพียงรุ่นที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น
แต่ในด้านพุทธคุณนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ
เช่นกัน
ท่านพระครูถนอมกล่าว พร้อมกับเล่าถึงความเป็นมาของวัตถุมงคลหลวงพ่อจงในแต่ละรุ่นว่า
หลวงพ่อจงท่านมีความตั้งใจจริงที่จะให้วัตถุมงคลของท่านในแต่ละรุ่นแต่ละพิมพ์มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันหมด
ท่านจึงทุ่มเทในการเจริญภาวนาแผ่พลังจิตปลุกเสกเดี่ยวทุกคืน
จนท่านมีความเชื่อมั่นแล้วว่าวัตถุมงคลของท่านมีความสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว
ท่านจึงจะนำออกมาให้ประชาชนได้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป
วัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อจงเป็นรูปหล่อเหมือนขนาดเล็ก
สร้างเมื่อปีพ.ศ.2529 ขณะนี้หายากมากเพราะมีประสบการณ์มากมายจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง
ในปีพ.ศ. 2529 นอกจากมีรูปหล่อเหมือนขนาดเล็กหลวงพ่อจงที่หายากแล้ว
ยังมี แหวนเนื้ออัลปาก้า ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ
ใครมีไว้มีความปลอดภัยกันทุกคน จึงเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป
ขณะนี้ไม่มีแล้วและหายากมากใครมีไว้ถือว่าโชคดีที่สุด
หลวงพ่อจงท่านได้สร้างแหวนขึ้นมาอีกตามคำเรียกร้องของบรรดาศิษยานุศิษย์
คือท่านสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2540 วัตถุประสงค์ของท่านก็เพื่อนำเงินไปสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม
โดยให้บูชาวงละ 99 บาท เท่านั้น ซึ่งขณะนี้พอมีให้บูชาไม่มากและไม่มีขนาดให้เลือกมากนัก
ใครต้องการก็ให้รีบจดหมายไปขอบูชาที่วัดสังฆารามได้
|
ดังทุกรุ่นทุกพิมพ์ |
วัตถุมงคลของหลวงพ่อจง
จัตตมโลเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม (วัดบ้านด่าน)
อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย (ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้)
นี้มีไม่มากนัก ซึ่งในปี พ.ศ. 2540 ท่านสร้างไว้มีดังนี้คือ
1. เหรียญฉีดสร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อให้พระภิกษุ-สามาเณรได้เล่าเรียนกัน
โดยให้บูชาเหรียญละ 129 บาท ขณะนี้ยังพอมีเหลืออยู่บ้างไม่มากนัก
2. รูปหล่อจิ๋วหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 100
บาท เพื่อนำเงินสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน
(พอมีให้บูชาอยู่บ้างที่วัด)
3. รูปหล่อหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 159 บาท
สร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารเรียน
พระปริยัติธรรมแด่พระภิกษุ-สามเณร (พอเหลืออยู่บ้างที่วัด)
4. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ
พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ในกรอบและมีเครื่องหมายยันต์เหมือนเลขไทย
ส่วนด้านหลังมีรูปยันต์และรูปสิงห์อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยชื่อวัดสังฆาราม
อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย และที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์อุปัชฌาย์
วันที่ 29 มีนาคม 29
5. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ
ครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ส่วนด้าน
หลังมีลักษณะเช่นเดียวกับเหรียญแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ไม่มีกรอบและเลขยันต์เท่านั้น
6. ล็อกเก็ตหลวงพ่อจง สร้างเมื่อปีพ.ศ.
2539 สร้างจำนวน 1,000 เหรียญ หลวงพ่อจงท่านปลุกเสกในวันเสาร์ห้า
รุ่นนี้จึงมีความโด่งดังมากเพราะมีพุทธคุณสูงในหลายๆ
ด้านเช่น ดีทางด้านเมตตามหานิยมและป้องกันภัย
ซึ่งมีผู้ประสบการณ์มากเป็นพิเศษจึงเป็นที่กล่าวขานของคนในอำเภอบ้านด่านลานหอยกันมาก
เนื่องจากมีผู้ถูกลอบยิงที่ท่ารถเมล์โดยสารในอำเภอแต่ยิงไม่เข้า
ทำให้มีผู้ขอบูชาสูงถึงเหรียญละ 4,000 ถึง
5,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีใครอยากปล่อยกัน
จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
7. พระผงหลวงพ่อจง เป็นวัตถุมงคลอีกพิมพ์หนึ่งที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ.
2540 เช่นกัน ท่านได้นำเอามวลสารใบลานเก่าแก่มาผสมกับผงดอกมะลิกับของสิ่งที่เป็นมงคลอื่นๆ
อีกมากมาย โดยให้บูชาเพียงองค์ละ 99 บาท
เท่านั้น เพื่อนำเงินสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน
ขณะนี้ยังพอมีเหลือให้บูชาบ้างเล็กน้อย
ถ้าท่านผู้อ่านต้องการทำบุญร่วมสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมกับหลวงพ่อจงพระอาจารย์ผู้มีแต่ให้ในครั้งนี้ด้วยการบูชาวัตถุมงคลของท่านกรุณาติดต่อไปได้ที่พระปลัดเชวง
สัจจวโร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย
วัดสังฆาราม ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่านลานหอย
จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64140 หรือโทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. (055) 689-036, (055) 634-212 และ
0-9270-1559 รับรองท่านผู้อ่านได้รับ ของดีที่เป็นมงคล
อย่างแน่นอน |
สืบสานพระพุทธศาสนา |
พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง
จัตตมโล) พระเกจิอาจารย์ผู้ไม่ประสงค์จะมีชื่อเสียงและไม่ต้องการอวดโอ้ผลงานในการพัฒนาและวิชาคาถาอาคม
สมแล้วที่ท่านเป็นพระแท้ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง
พระแท้ คือ พระไม่พูด พระที่พูด คือ พระไม่แท้
เป็นคำเปรียบเปรยที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง
เพราะครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านมีดีอยู่ในตัวท่านจะไม่พูดให้ใครฟังเพราะจะเป็นการ
อวดอุตริ ท่านจึงสำรวมเป็นที่สุด แต่ถ้าเป็นพระที่ต้องการอยากเด่นอยากดัง
มักเป็นข่าวอยู่เสมอเพราะความดังไม่คงทนแต่
ความดี คงทนยั่งยืนตลอดไป
ในด้านการพัฒนาเสนาสนะของหลวงพ่อจงนั้น
ได้รับความร่วมมือจากญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่เคารพศรัทธาท่านส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุญบารมีที่ท่านได้สั่งสมสร้างมาด้วยตัวของท่านเอง
จึงทำให้ประกอบกิจการงานสำเร็จไปได้ด้วยดี
ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยทีวัตถุมงคลของหลวงพ่อจง
ไม่ว่าท่านจะออกมารุ่นไหนก็หมดไปโดยรวดเร็วเพราะความศรัทธาจากสาธุชนที่มีต่อหลวงพ่อจงท่านมากเหลือเกิน
ถ้าท่านผู้อ่านได้ไปทางจังหวัดสุโขทัยก็อย่าลืมแวะกราบพระแท้ของเมืองสุโขทัยที่วัดสังฆาราม
(วัดบ้านด่าน) อ.บ้านด่านลานหอย แล้วท่านจะมีความภูมิใจและดีใจที่ได้กราบ
พระแท้ อย่างแน่นอนครับ.
|
|